ข้อได้เปรียบ
1.รวดเร็ว(Speed) รถบรรทุกจัดได้ว่าเป็นบริการขนส่งที่รวดเร็ว ความรวดเร็วอยู่ที่ตัวพาหนะที่สามารถเดินทางด้วยความเร็ว รถบรรทุกขนสินค้าไม่มาก ดังนั้นจึงใช้เวลาน้อยในการรวบรวมสินค้าให้เต็มคัน(Full truck load : FTL) รวมทั้งการขนถ่ายสินค้าขึ้นรถและออกจากรถใช้เวลาน้อย
2.เป็นบริการขนส่งจากที่ถึงที่(Door-to-Door Service) รถบรรทุกสามารถเดินทางไปตามถนนใหญ่หรือถนนเล็กหรือแม้แต่ไม่มีถนน หากไม่มีสิ่งกีดขวางหรือสิ่งที่เป็นอุปสรรคจนเกินความสามารถของรถบรรทุก รถบบทุกก็สามารถที่จะเดินทางไปสถานที่ต่างๆเพื่อบรรทุกและขนถ่ายสินค้าได้ดีกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น
3.เครือข่ายครอบคลุม(Extensive Road Network) รถบรรทุกสามารถเข้าถึงได้ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาค จังหวัด อำเภอและหมู่บ้าน ขณะที่รูปแบบการขนส่งแบบอื่นๆมีเครือข่ายจำกัดจึงให้บริการจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่
4.การแข่งขันสูง(High Competition) ตลาดรถบรรทุกจะมีการแข่งขันมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ ประเทศที่มีนโยบายให้มีผู้ประกอบการมากรายและอนุญาตให้มีรถบรรทุกส่วนบุคคลการแข่งขันจะมีมาก ประเทศที่มีการควบคุมจำนวนผู้ประกอบการหรือไม่อนุญาตให้มีรถบรรทุกส่วนบุคคลการแข่งขันก็จะมีน้อย
5.ความเสียหายน้อย(Low Damage) การขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกมีความรวดเร็ว สินค้าอยู่บนยานพาหนะระยะเวลาสั้น ประกอบกัยถนนได้มาตรฐานและยานพาหนะมีระบบกันสะเทือนดี จึงลดความเสียหายสินค้า ผู้รับสินค้าได้รับสินค้าในสภาพสมบูรณ์
6.บรรทุกสินค้าปริมาณไม่มาก(Small Carrying Capacity) รถบรรทุกขนสินค้าได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งแบบอื่นๆ ทำให้ใช้เวลาน้อยในการรวบรวมและการส่งมอบสินค้ารวมทั้งขนถ่ายใช้เวลาน้อยสินค้าจึงถึงผู้รับเร็ว ซึ่งลดปริมาณสินค้าคงคลังของลูกค้าและเพิ่มระดับการบริการลูกค้า
7.สามารถสนองความต้องการของลูกค้า(Meeting Customer Requirements) ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกมีจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยทำให้สามารถดูแลลูกค้าแต่ละรายได้มาก ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยังคงให้บริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมั่นคง
8.ทำให้การขนส่งสมบูรณ์(Complete Transportation) การขนส่งรูปแบบอื่นไม่สามารถให้บริการแบบสมบูรณได้ เช่น รถไฟให้บริการขนส่งแบบสถานีถึงสถานี หรือเรือให้บริการขนส่งแบบจากท่าเรือถึงท่าเรือ รถบรรทุกจะเป็นตัวเชื่อมต่อกับรูปแบบการขนส่งอื่นๆและทำให้การขนส่งเกิดความสมบูรณ์
ข้อเสียเปรียบ
1.ค่าขนส่งแพง(High Cost) รถบรรทุกมีตันทุนสูงโดยเฉพาะ ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่นและค่าบำรุงรักษา ดังนั้น ค่าระวางรถบรรทุกจะสูงกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น(ยกเว้นทางอากาศ) แต่รถบรรทุกสามารถให้บริการแบบจากที่ถึงที่จึงลดค่าใช้จ่ายการขนส่งซ้ำซ้อนและลดเวลาเดินทางของสินค้า
2.บรรทุกสินค้าได้น้อย(Low Capacity) รถบรรทุกมีข้อจำกัดด้านความยาว ความสูงและน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมาย รถบรรทุกจึงบรรทุกสินค้าสินค้าได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งด้วยรถไฟหรือเรือ ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนารถบรรทุกให้มีความสามารถในการบรรทุกได้มากขึ้น เช่น รถพ่วง
3.อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ(Weather Sensitive) ภูมิภาคที่มีหิมะตกปกคลุมถนนทำให้รถบรรทุกผ่านไปไม่ได้หรือต้องใช้ความเร็วต่ำหรือในภาวะมีภัยธรรมชาติทำให้ถนนถูกต้ดขาดรถบรรทุกวิ่งผ่านไม่ได้มีผลให้การส่งมอบสินค้าล่าช้าได้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Transportation แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Transportation แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553
ปัจจัยสำคัญในการขนส่ง
ปัจจัยสำคัญในการขนส่ง
ในการประกอบธุรกิจทางด้านการขนส่งนั้น จะมีองค์ประกอบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ เส้นทาง(Way or Route) รถยนต์(Vehicle) อุปกรณ์(Equipment) สถานี(Terminal) และยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่จะต้องพิจารณาอีก เช่น ผู้ประกอบการ(Operator or Carrier) กฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ(Regulations)
1.เส้นทางในการขนส่ง(Way,Route) หมายถึง ถนน แม่น้ำ ทะเล ทางรถไฟและอากาศ ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางเพื่อการขนส่ง ซึ่งอาจจะเป็นเส้นทางบนอากาศหรือในทะเลมหาสมุทร นอกจากนี้เส้นทางในการขนส่งอาจจะเป็นเส้นทางที่มีการใช้อยู่เป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวหรืออาจจะเป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดขึ้นตามความต้องการก็ได้
2.รถยนต์ในการขนส่ง(Vehicle) รถยนต์ในการขนส่งในที่นี้ หมายถึง รถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน ในการขนส่งนี้ก็อาจจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและอุปกรณ์เพื่อการส่งสินค้าและบริการหรืออาจจะเป็นอุปกรณ์เพื่อการขนส่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเฉพาะก็ได้
3.อุปกรณ์ในการขนส่ง(Equipment) อุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการขนส่งในที่นี้ หมายถึง รถยก อุปกรณ์ขึ้นสินค้า อาจจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายและยกขนสินค้า
4.สถานนีในการขนส่ง(Terminal) เป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นจุดสำหรับหยุดรับส่งผู้โดยสารหรือสินค้าและบริการสำหรับการขนส่งแต่ละประเภท ซึ่งอาจจะเป็นสถานีต้นทางหรือหรือระหว่่างเส้นทางก็ได้ การเรียกชื่อสถานีในการขนส่งนี้ก็มีการเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น ท่าอากาศยาน ใช้สำหรับการขนส่งทางอากาศ ท่าเรือ ใช้สำหรับการขนส่งทางน้ำ สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีขนส่งสินค้าใช้สำหรับการขนส่งทางบก
ปัจจัยหรือองค์ประกอบทั้ง 4 ประการ ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการขนส่งซึ่งจำเป็นต้องมีและจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้เลย เช่น ถ้ามีเส้นทางและมีสถานีในการขนส่ง แต่ขาดอุปกรณ์ในการขนส่งก็ไม่สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆได้หรือมีสถานีในการขนส่งและอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแต่ขาดเส้นทางสำหรับการขนส่ง ก็ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้เช่นกัน ดังนั้นปัจจัยทั้ง 4 อย่างนี้ คือ เส้นทาง รถยนต์ อุปกรณ์และสถานีในการขนส่ง จึงเป็นสิ่งที่ถือได้ว่าจำเป็นและเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการขนส่งซึ่งจะขาดไม่ได้
ในการประกอบธุรกิจทางด้านการขนส่งนั้น จะมีองค์ประกอบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ เส้นทาง(Way or Route) รถยนต์(Vehicle) อุปกรณ์(Equipment) สถานี(Terminal) และยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่จะต้องพิจารณาอีก เช่น ผู้ประกอบการ(Operator or Carrier) กฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ(Regulations)
1.เส้นทางในการขนส่ง(Way,Route) หมายถึง ถนน แม่น้ำ ทะเล ทางรถไฟและอากาศ ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางเพื่อการขนส่ง ซึ่งอาจจะเป็นเส้นทางบนอากาศหรือในทะเลมหาสมุทร นอกจากนี้เส้นทางในการขนส่งอาจจะเป็นเส้นทางที่มีการใช้อยู่เป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวหรืออาจจะเป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดขึ้นตามความต้องการก็ได้
2.รถยนต์ในการขนส่ง(Vehicle) รถยนต์ในการขนส่งในที่นี้ หมายถึง รถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน ในการขนส่งนี้ก็อาจจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและอุปกรณ์เพื่อการส่งสินค้าและบริการหรืออาจจะเป็นอุปกรณ์เพื่อการขนส่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเฉพาะก็ได้
3.อุปกรณ์ในการขนส่ง(Equipment) อุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการขนส่งในที่นี้ หมายถึง รถยก อุปกรณ์ขึ้นสินค้า อาจจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายและยกขนสินค้า
4.สถานนีในการขนส่ง(Terminal) เป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นจุดสำหรับหยุดรับส่งผู้โดยสารหรือสินค้าและบริการสำหรับการขนส่งแต่ละประเภท ซึ่งอาจจะเป็นสถานีต้นทางหรือหรือระหว่่างเส้นทางก็ได้ การเรียกชื่อสถานีในการขนส่งนี้ก็มีการเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น ท่าอากาศยาน ใช้สำหรับการขนส่งทางอากาศ ท่าเรือ ใช้สำหรับการขนส่งทางน้ำ สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีขนส่งสินค้าใช้สำหรับการขนส่งทางบก
ปัจจัยหรือองค์ประกอบทั้ง 4 ประการ ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการขนส่งซึ่งจำเป็นต้องมีและจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้เลย เช่น ถ้ามีเส้นทางและมีสถานีในการขนส่ง แต่ขาดอุปกรณ์ในการขนส่งก็ไม่สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆได้หรือมีสถานีในการขนส่งและอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแต่ขาดเส้นทางสำหรับการขนส่ง ก็ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้เช่นกัน ดังนั้นปัจจัยทั้ง 4 อย่างนี้ คือ เส้นทาง รถยนต์ อุปกรณ์และสถานีในการขนส่ง จึงเป็นสิ่งที่ถือได้ว่าจำเป็นและเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการขนส่งซึ่งจะขาดไม่ได้
ความหมายของการขนส่ง(Definition of Transportation)
ความหมายของการขนส่ง(Definition of Transportation)
หมายถึง การจัดให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคล สัตว์หรือสิ่งของต่างๆด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง ทำการเคลื่อนย้ายจากแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ตามวัตถุประสงค์และการเกิดอรรถประโยชน์ตามต้องการ
วัตถุประสงค์ของการขนส่ง(Objective of Transportation)
1.เพื่อสังคม การคบหาสมาคมและติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆในสังคมนั้นมีอยู่ตลอดเวลา มีการพบปะพดคุยกันแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่กลุ่มเดียวกันหรือต่างกลุ่มกัน จะต้องมีการติดต่อและไปมาหาสู่กันไม่มากก็น้อยและเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องติดต่อสัมพันธ์กัน การขนส่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สามารถสนับสนุนและตอบสนองวัตถุประสงค์ได้อย่างเต็มที่
2.เพื่อที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ คนเรามีความจำเป็นที่จะต้องมีที่อยู่อาศัยเพื่อใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อน และพร้อมกันนั้นก็จะต้องมีการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาดำรงชีวิต ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสถานที่อยู่อาศัยกับสถานที่ทำงานจะอยู่กันคนละแห่ง จึงจำเป็นต้องอาศัยการขนส่งเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเดินทางระหว่างที่พักอาศัยกับที่ทำงาน
3.เพื่อการเมืองและการปกครอง ในการบริหารประเทศนั้น จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมากเพราะการปกครองที่ดีนั้น จะต้องมีความสามารถในการปกครองให้ทั่วถึงและเกิดความเจริญทัดเทียมกัน พร้อมกันนั้นก็จะต้องมีการระวังป้องกันประเทศด้วย คือ รัฐบาลจะต้องปกครองและบริหารประเทศให้ดีและให้ทั่วถึง ในขณะเดียวกันก็จะต้องพยายามป้องกันและรักษาความปลอดภัยของประเทศด้วย เพื่อให้ประเทศเกิดความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุข ฉะนั้นจึงต้องอาศัยการขนส่งมาช่วยส่งเสริม
4.เพื่อการศึกษาหาความรู้ สังคมปัจจุบันมีความจำเป็นต้องมีการแสวงหาความรู้ประสบการณ์ใหม่ๆอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ จึงใช้การขนส่งเข้ามาช่วยในการเดินทางเพื่อศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการศึกษาในบริเวณใกล้เคียงหรือแม้กระทั่งการศึกษาในต่างประเทศ
5. เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อคนเรามีการประกอบอาชีพ มีการศึกษาหาความรู้และอื่นๆแล้ว ก็จะต้องมีการพักผ่อนหย่อนใจไปพร้อมกันด้วย ในการพักผ่อนหย่อนใจนั้น เราอาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไป เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง เล่นกีฬา ปลูกต้นไม้ แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่งที่คนเรานิยมกันมากที่สุดก็คือ การท่องเที่ยว(Tourism) ซึ่งการท่องเที่ยวนี้มีแหล่งการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นการท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องอาศัยการขนส่งเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเดินทางเพื่อไปให้ถึงยังแหล่งท่องเที่ยวตามต้องการ
6.วัตถุประสงค์อื่นๆ การขนส่งยังมีส่วนสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะทางด้านการประกอบธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งต่างก็ต้องอาศัยการขนส่งเข้ามามีบทบาทร่วมด้วยทั้งสิ้น เช่น ในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค จำเป็นต้องมีการขนส่งสินค้าและบริการโดยเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบ จนผลิตออกมาเป็นสินค้าจนถึงมือผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งทั้งสิ้น
หมายถึง การจัดให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคล สัตว์หรือสิ่งของต่างๆด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง ทำการเคลื่อนย้ายจากแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ตามวัตถุประสงค์และการเกิดอรรถประโยชน์ตามต้องการ
วัตถุประสงค์ของการขนส่ง(Objective of Transportation)
1.เพื่อสังคม การคบหาสมาคมและติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆในสังคมนั้นมีอยู่ตลอดเวลา มีการพบปะพดคุยกันแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่กลุ่มเดียวกันหรือต่างกลุ่มกัน จะต้องมีการติดต่อและไปมาหาสู่กันไม่มากก็น้อยและเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องติดต่อสัมพันธ์กัน การขนส่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สามารถสนับสนุนและตอบสนองวัตถุประสงค์ได้อย่างเต็มที่
2.เพื่อที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ คนเรามีความจำเป็นที่จะต้องมีที่อยู่อาศัยเพื่อใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อน และพร้อมกันนั้นก็จะต้องมีการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาดำรงชีวิต ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสถานที่อยู่อาศัยกับสถานที่ทำงานจะอยู่กันคนละแห่ง จึงจำเป็นต้องอาศัยการขนส่งเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเดินทางระหว่างที่พักอาศัยกับที่ทำงาน
3.เพื่อการเมืองและการปกครอง ในการบริหารประเทศนั้น จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมากเพราะการปกครองที่ดีนั้น จะต้องมีความสามารถในการปกครองให้ทั่วถึงและเกิดความเจริญทัดเทียมกัน พร้อมกันนั้นก็จะต้องมีการระวังป้องกันประเทศด้วย คือ รัฐบาลจะต้องปกครองและบริหารประเทศให้ดีและให้ทั่วถึง ในขณะเดียวกันก็จะต้องพยายามป้องกันและรักษาความปลอดภัยของประเทศด้วย เพื่อให้ประเทศเกิดความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุข ฉะนั้นจึงต้องอาศัยการขนส่งมาช่วยส่งเสริม
4.เพื่อการศึกษาหาความรู้ สังคมปัจจุบันมีความจำเป็นต้องมีการแสวงหาความรู้ประสบการณ์ใหม่ๆอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ จึงใช้การขนส่งเข้ามาช่วยในการเดินทางเพื่อศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการศึกษาในบริเวณใกล้เคียงหรือแม้กระทั่งการศึกษาในต่างประเทศ
5. เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อคนเรามีการประกอบอาชีพ มีการศึกษาหาความรู้และอื่นๆแล้ว ก็จะต้องมีการพักผ่อนหย่อนใจไปพร้อมกันด้วย ในการพักผ่อนหย่อนใจนั้น เราอาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไป เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง เล่นกีฬา ปลูกต้นไม้ แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่งที่คนเรานิยมกันมากที่สุดก็คือ การท่องเที่ยว(Tourism) ซึ่งการท่องเที่ยวนี้มีแหล่งการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นการท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องอาศัยการขนส่งเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเดินทางเพื่อไปให้ถึงยังแหล่งท่องเที่ยวตามต้องการ
6.วัตถุประสงค์อื่นๆ การขนส่งยังมีส่วนสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะทางด้านการประกอบธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งต่างก็ต้องอาศัยการขนส่งเข้ามามีบทบาทร่วมด้วยทั้งสิ้น เช่น ในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค จำเป็นต้องมีการขนส่งสินค้าและบริการโดยเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบ จนผลิตออกมาเป็นสินค้าจนถึงมือผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งทั้งสิ้น
กิจกรรมโลจิสติกส์
ในอดีตที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าประเทศไทยของเรานั้น ไม่ให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมากนัก จุดนี้เองที่ทำให้ธุรกิจในประเทศไทยของเราสู้ธุรกิจจากกลุ่มประเทศในสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นประเทศไทยของเราต้องมีการพัฒนาทางด้านโลจิสติกส์ให้ดียิ่งขึ้น ให้สามารถต่อสู้กับตลาดต่างประเทศและสามารถที่จะยืนหยัดในการแข่งขันในเวทีระดับโลกได้ ดังนั้นกิจกรรมทางโลจิสติกส์ที่ควรรู้ มีดังนี้
- การให้บริการลูกค้า (Customer Service) เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งกิจกรรมนี้ครอบคลุมตั้งแต่การนำส่งสินค้าที่ถูกต้อง
- การขนส่ง (Transportation Management) การจัดให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคล สัตว์หรือสิ่งของต่างๆด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การขนส่ง จากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งตามความต้องการ
- กระบวนการสั่งซื้อ (Order processing) กระบวนการในการจัดการคำสั่งซื้อ ครอบคลุมตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า การตรวจสอบยอดสินค้าคงคลัง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า
- การติดต่อสื่อสารด้านโลจิสติกส์ (Logistics Communications) การสื่อสารกับลูกค้าหรือกับผู้ขายเท่านั้นที่องค์กร ได้ให้ความสำคัญ และการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรก็เพื่อให้มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานทางด้านโลจิสติกส์
- การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) การบริหารสินค้าคงคลังเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของส่วนงานอื่น รวมถึงมีผลต่อกำไรขาดทุนขององค์กร
- การพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand forecasting) เป็นการพยากรณ์ความต้องการในตัวสินค้าหรือบริการของลูกค้า
- การเคลื่อนย้ายสินค้า (Material Handling ) กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย วัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูปภายในโรงงานหรือคลังสินค้า
- การจัดซื้อ (Procurement) การจัดซื้อเป็นกิจกรรมในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ เพื่อจัดซื้อสินค้าและวัตถุดิบนั้นๆ รวมไปถึงการบริหารอุปทานโดยรวมตั้งแต่ การคัดเลือกผู้ขาย การเจรจาต่อรองราคาหรือเงื่อนไข ปริมาณในการสั่งซื้อ และการประเมินคุณ ภาพของผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบนั้นๆ
- บรรจุภัณฑ์ (Packaging) ในด้านโลจิสติกส์ บรรจุภัณฑ์และหีบห่อนั้นมีไว้เพื่อป้องกันตัวสินค้าจากความเสียหาย และอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ
- การบริหารคลังสินค้าและการจัดเก็บ (Warehousing และ Storage) กระบวนการในการวางโครงสร้างคลังสินค้า การออกแบบและจัดวาง การจัดการพื้นที่ภายในคลังสินค้า
- การเลือกที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้า (Plant และ Warehouse Site Selection) กิจกรรรมการเลือกที่ตั้งของโรงงานและคลังสินค้าที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเข้าถึงและระยะทางการการขนส่ง
- การจัดเตรียมอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ (Parts และ Services Support) ส่วนหนึ่งของการบริการหลังการขาย โดยมีการจัดหาชิ้นส่วน อะไหล่ และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่สินค้าเกิดชำรุด
- โลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) กระบวนการจัดการสินค้าที่ถูกส่งกลับคืน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่า สินค้าเสียหาย หรือหมดอายุการ
ป้ายกำกับ:
การขนส่ง,
คลังสินค้า,
โลจิสติกส์,
Procurement,
Transportation
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)