แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลจิสติกส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลจิสติกส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

Outsourcing

Outsourcing

Outsourcing หมายถึง การจัดหาจากภายนอก เป็นวิธีการที่องค์กรธุรกิจจัดหาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ซึ่งครั้งหนึ่งอาจจะเคยถูกดำเนินการภายในองค์กร มาเป็นการจัดหาจากแหล่งภายนอกแทน จะทำให้องค์กรเล็กลงแต่คล่องตัวขึ้น ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆลงได้ และสามารถเน้นการดำเนินการเฉพาะแต่กิจกรรมที่เป็นกิจกรรมหลักซึ่งองค์กรมีความถนัด ทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันหรือเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันมากขึ้น
ประโยชน์ของการ Outsourcing
1. สามารถควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ที่องค์กรเคยปฏิบัติ ได้ มอบหมายให้กับหน่วยงานที่รับ Outsource แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งทำให้องค์กรจัดงบประมาณได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมา
2. สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ ในการ Outsource นั้น ถ้าเราเลือกใช้บริการผู้ที่มีชื่อเสียงในการทำกิจกรรมนั้นๆ ก็จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อถือ และสามารถยกระดับการแข่งขันทางธุรกิจได้ เพิ่มจุดแข็งให้กับองค์กรได้ อีกทั้ง องค์กรจะมีเวลาในการทุ่มเทกับกิจกรรมหลักมากขึ้น และมีความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น เช่น การ Outsource ด้านขนส่ง จากเดิมที่องค์กรดำเนินการเอง ซึ่งต้องรับภาระในเรื่องการซ่อม การบำรุงรักษา ค่าแรงหรือแม้กระทั่งต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเสื่อมราคาของรถทุกปี แล้วเปลี่ยนมาใช้การ Outsource ก็จะทำให้องค์กรหมดภาระดังกล่าวทั้งหมด
3. ลดความเสี่ยง กิจกรรมใดที่องค์กรไม่ถนัดก็ทำการ Outsource ซึ่งก็จะทำให้ลดความเสี่ยงในการบริหาร เพราะถ้าหากลงมือปฏิบัติเองก็จะส่งผลให้มีความล่าช้าในการปฏิบัติงานหรือมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้
4. สามารถลดต้นทุนในการดำเนินงานด้าน Logistics ได้ เนื่องจากผู้ให้บริการมีลูกค้าหลายราย จึงทำให้ผู้ให้บริการสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ต้นทุนต่อหน่วยของผู้ให้บริการจะต่ำกว่าที่องค์กรผู้ผลิตหรืออเจ้าของสินค้าปฏิบัติเอง โดยสามารถลดต้นทุนจากการใช้บริการของผู้ให้บริการ Logistics ประกอบด้วย
4.1 การลดต้นทุนรวม (Total Cost Reduction) ซึ่งในการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ต้องมีการลงทุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี เครื่องมือในการปฏิบัติงาน ซึ่งมีราคาแพง แต่ถ้าเราใช้บริการของผู้ให้บริการ ต้นทุนในส่วนนี้ก็จะเฉลี่ยกับลูกค้าของผู้ให้บริการอีกหลายๆ ราย
4.2 การลดต้นทุนจากการขยายขอบเขตงาน ( Economics of Scope) เนื่องจากขอบเขตงานบางอย่าง ผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้าไม่สามารถที่ปฏิบัติเองได้หรือหากปฏิบัติเองก็จะมีต้นทุนที่สูง แต่ถ้าเราใช้ประโยชน์จากผู้ให้บริการ องค์กรก็จะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เช่น การจัดส่งสินค้าไปยังต่างจังหวัด ซึ่งอยู่ห่างไกลจากองค์กร เมื่อเราใช้บริการของผู้ให้บริการก็จะสามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดได้ เนื่องจากผู้ให้บริการมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ
4.3 การลดต้นทุนโดยการใช้เครือข่ายร่วมกัน (Network Value) เนื่องจากผู้ให้ บริการบางรายจะมีเครือข่ายที่อยู่ต่างประเทศ และผู้ใช้บริการก็สามารถใช้เครือข่ายของผู้ให้บริการในการขยายตลาดสู่ตลาดสากลได้ โดยไม่ต้องลงทุนเองในต่างประเทศ

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

Forecasting

ในการจัดการโลจิสติกส์มีความจำเป็นและมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวที่จะต้องใช้ตัวเลขและข้อมูลเชิงปริมาณ มาช่วยในการวางแผนและช่วยในการตัดสินใจดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะอุปสงค์ความต้องการผลิตภัณฑ์ของลูกค้า เพราะความต้องการของลูกค้าเป็นตัวกำหนดของกิจกรรมโลจิสติกส์ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ตามที่ลูกค้าต้องการ
ประเภทของการพยากรณ์(Forecasting)

1.การพยากรณ์ระยะสั้น เป็นการพยากรณ์ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ใช้พยากรณ์แต่ละสินค้าแยกเฉพาะเพื่อใช้ในการบริหารสินค้าคงคลัง การจัดตารางการผลิต สายการประกอบหรือการใช้แรงงานในช่วงเวลาแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนหรือแต่ละไตรมาสหรือใช้ในการวางแผนระยะสั้น
2.การพยากร์ระยะปานกลาง เป็นการพยากรณ์ในช่วงระยะเวลาเกิน 3 เดือนจนถึง 2 ปี ใช้พยากรณ์ทั้งกลุ่มของสินค้าหรือยอดขายรวมขององค์การ เพื่อใช้ในการวางแผนด้านบุคคล การวางแผนการผลิต การจัดตารางการผลิตรวม การจัดซื้อและการกระจายสินค้า ระยะเวลาที่นิยมพยากรณ์กันมาก ก็คือ 1 ปีเพราะเป็นหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีพอดี ใช้ในการวางแผนระยะปานกลาง
3.การพยากรณ์ระยะยาว เป็นการพยากรณ์ในช่วงระยะเวลาเกิน 2 ปีขึ้นไป ใช้พยากรณ์ยอดขายรวมขององค์การเพื่อใช้พิจารณาในการตัดสินใจลงทุนในการเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวก การวางแผนความต้องการกำลังการผลิตและการจัดการกระบวนการผลิตในระยะยาว ใช้ในการวางแผนระยะยาว

กิจกรรมโลจิสติกส์

ในอดีตที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าประเทศไทยของเรานั้น ไม่ให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมากนัก จุดนี้เองที่ทำให้ธุรกิจในประเทศไทยของเราสู้ธุรกิจจากกลุ่มประเทศในสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นประเทศไทยของเราต้องมีการพัฒนาทางด้านโลจิสติกส์ให้ดียิ่งขึ้น ให้สามารถต่อสู้กับตลาดต่างประเทศและสามารถที่จะยืนหยัดในการแข่งขันในเวทีระดับโลกได้ ดังนั้นกิจกรรมทางโลจิสติกส์ที่ควรรู้ มีดังนี้
  1. การให้บริการลูกค้า (Customer Service) เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งกิจกรรมนี้ครอบคลุมตั้งแต่การนำส่งสินค้าที่ถูกต้อง
  2. การขนส่ง (Transportation Management) การจัดให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคล สัตว์หรือสิ่งของต่างๆด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การขนส่ง จากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งตามความต้องการ
  3. กระบวนการสั่งซื้อ (Order processing) กระบวนการในการจัดการคำสั่งซื้อ ครอบคลุมตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า การตรวจสอบยอดสินค้าคงคลัง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า
  4. การติดต่อสื่อสารด้านโลจิสติกส์ (Logistics Communications) การสื่อสารกับลูกค้าหรือกับผู้ขายเท่านั้นที่องค์กร ได้ให้ความสำคัญ และการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรก็เพื่อให้มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานทางด้านโลจิสติกส์
  5. การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) การบริหารสินค้าคงคลังเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของส่วนงานอื่น รวมถึงมีผลต่อกำไรขาดทุนขององค์กร
  6. การพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand forecasting) เป็นการพยากรณ์ความต้องการในตัวสินค้าหรือบริการของลูกค้า
  7. การเคลื่อนย้ายสินค้า (Material Handling ) กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย วัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูปภายในโรงงานหรือคลังสินค้า
  8. การจัดซื้อ (Procurement) การจัดซื้อเป็นกิจกรรมในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ เพื่อจัดซื้อสินค้าและวัตถุดิบนั้นๆ รวมไปถึงการบริหารอุปทานโดยรวมตั้งแต่ การคัดเลือกผู้ขาย การเจรจาต่อรองราคาหรือเงื่อนไข ปริมาณในการสั่งซื้อ และการประเมินคุณ ภาพของผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบนั้นๆ
  9. บรรจุภัณฑ์ (Packaging) ในด้านโลจิสติกส์ บรรจุภัณฑ์และหีบห่อนั้นมีไว้เพื่อป้องกันตัวสินค้าจากความเสียหาย และอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ
  10. การบริหารคลังสินค้าและการจัดเก็บ (Warehousing และ Storage) กระบวนการในการวางโครงสร้างคลังสินค้า การออกแบบและจัดวาง การจัดการพื้นที่ภายในคลังสินค้า
  11. การเลือกที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้า (Plant และ Warehouse Site Selection) กิจกรรรมการเลือกที่ตั้งของโรงงานและคลังสินค้าที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเข้าถึงและระยะทางการการขนส่ง
  12. การจัดเตรียมอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ (Parts และ Services Support) ส่วนหนึ่งของการบริการหลังการขาย โดยมีการจัดหาชิ้นส่วน อะไหล่ และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่สินค้าเกิดชำรุด
  13. โลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) กระบวนการจัดการสินค้าที่ถูกส่งกลับคืน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่า สินค้าเสียหาย หรือหมดอายุการ

Supply Chain คืออะไร

Supply Chain คืออะไร

ถ้าพูดถึงกระบวนการโลจิสติกส์อย่างหนึ่งที่ควรพูดถึงนั้นก็คือ Supply Chain เพราะกระบวนการโลจิสติกส์ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Supply Chain ดังนั้นเราควรที่จะมาทำความรู้จักกับ Supply Chain ดูด้วยว่าคืออะไร

Supply Chain คือ กระบวนการที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้นของสินค้าและบริการหรือที่เราเรียกกันว่า Value Creation ที่เกิดขึ้นเป็นห่วงโซ่ที่ต่อเนื่องกันไป แต่ละห่วงโซ่ที่ร้อยเรียงกันไว้ จะเริ่มตั้งแต่ปัจจัยการผลิตสินค้าต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งต่อๆกันไปจนถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้ายหรือการบริหารจัดการตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบเพื่อทำการผลิตสินค้า ป้อนวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน ผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปส่งถึงมือผู้บริโภค ผู้ประกอบการในแต่ละห่วงโซ่อุปทานย่อมที่จะคาดหวังที่จะได้รับผลประโยชน์

โลจิสติกส์ คืออะไร

โลจิสติกส์ คืออะไร

โลจิสติกส์ เข้ามามีบทบาทอย่างมากในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการผลิตห่วงโซ่อุปทาน เริ่มตั้งแต่กระบวนการสั่งซื้อวัตถุดิบต่างๆหรือที่เรียกว่ากระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำนั้นเอง กระบวนการในการแปรรูปวัตถุดิบ กระบวนการในการผลิตสินค้าและบริการ การบรรจุหีบห่อส่งต่อไปขายยังตลาดต่างๆ รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภค ดังนั้นเราควรที่จะมาทำความรู้จักกับความหมายของโลจิสติกส์

โลจิสติกส์ คือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การดำเนินการและการควบคุมการทำงานของธุรกิจ การบริหารจัดการข้อมูล เพื่อที่จะทำให้เกิดการเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ การรวบรวม การกระจายสินค้า ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่จะต้องคำนึงถึงความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

โลจิสติกส์ คือ เป็นการไหลของวัตถุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกวิธีการขนส่ง การเคลื่อนย้ายสินค้า การจัดเก็บ การกระจายสินค้า สินค้าคงคลัง บรรจุภัณฑ์และกิจกรรมอื่นๆ

ความเป็นมาโลจิสติกส์

ความเป็นมาของโลจิสติกส์
การจัดการโลจิสติกส์จัดได้ว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในธุรกิจต่างๆ ณ ปัจจุบัน หลายๆธุรกิจพุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุนทางด้านนี้เป็นหลักไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจในสหรัฐอเมริกาหรือแม้กระทั่งประเทศญี่ปุ่นเองก็ตามรวมทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วอีกหลายๆประเทศดังนั้นผู้ที่สนใจในเรื่องโลจิสติกส์ลองมาดูสิว่าความเป็นมาของโลจิสติกส์เป็นอย่างไร
ช่วงค.ศ.(1950 – 1964)
เริ่มมีการใช้ในกิจกรรมทางทหาร ในยุคนี้เป็นยุคของการผลิตสินค้าเป็นหลัก ทั้งฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายขนส่ง ต้นทุนในกระบวนการกระจายสินค้าสูง ในช่วงปลายค.ศ.1964 เริ่มมีการประสานงานในกระบวนการกระจายสินค้าแต่ยังขาดผู้รับผิดชอบด้านคลังสินค้าและเริ่มหาทางเลือกในกิจกรรมโลจิสติกส์มากขึ้น
ช่วงค.ศ.(1965 – 1979)
ลูกค้าเริ่มมีความต้องการบริการสูงขึ้น เริ่มมองทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพในการให้บริการ ในยุคนี้เริ่มพิจารณาเรื่องกำไร การลดต้นทุน ผลตอบแทนของการลงทุน โดยมุ่งให้ความสนใจต่อการลงทุนในสินทรัพย์และการจัดการมากขึ้น
ช่วงค.ศ.(1980 – 1990)
ยุคนี้เริ่มที่จะมีการขยายธุรกิจเป็นแบบธุรกิจข้ามชาติมากขึ้น โลจิสติกส์ต้องใช้พลังงานในการเคลื่อนย้าย เริ่มมีระบบสหภาพแรงงาน พนักงานมีการเจรจาต่อรองอย่างรุนแรง ยุคนี้ผู้บริหารเริ่มมองเรื่องการจัดการซัพพลายเชนมากขึ้น แต่ปัญหาในยุคนี้ คือ ไม่มีใครสามารถมองภาพของความต้องการสินค้าของลูกค้า รวมถึงระดับสินค้าคงคลังตลอดซัพพลายเชนได้ชัดเจน
ช่วงค.ศ.(1990 – จนถึงปัจจุบัน)
ยุคนี้เริ่มมีการนำเอาระบบสารสนเทศเข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กร เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากหลายฝ่ายที่นำเข้ามารวมกัน โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ลดความผิดพลาดในด้านข้อมูลนำเข้าเพราะมีการนำเข้าข้อมูลครั้งเดียว ลดความซ้ำซ้อนของงาน ทำให้มีการไหลของสารสนเทศเร็วขึ้น ลดระยะเวลาในแต่ละกิจกรรม

คำศัพท์โลจิสติกส์

คำศัพท์ทางโลจิสติกส์

ปัจจุบันอุตสาหกรรมของประเทศไทยนับว่าเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากปัจจัยเกื้อหนุนหลายด้านทั้งด้านแรงงานและทรัพยากร ทำให้บริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ รวมทั้งบริษัทข้ามชาติมีการลงทุนในประเทศไทย ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบ (supplier) ในการผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบส่งให้บริษัทเหล่านั้น อุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็กของไทย (SME) จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนใจทางด้านโลจิสติกส์ควนทำการศึกษากระบวนการทางด้านโลจิสติกส์ให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริง รวมถึงควรมีความรู้ทางด้านคำศัพท์ต่างๆหรือคำย่อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับทางด้านโลจิสติกส์เป็นอย่างดี เนื่องจากกิจกรรมทางด้านโลจิสติกส์มีคำย่อและคำเรียกเฉพาะอย่างมากมาย เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องโลจิสติกส์จึงมีคำศัพท์และคำย่อที่น่าสนใจและพบบ่อยในการจัดการโลจิสติกส์มาแนะนำ ดังนี้
1.3PL Third-Party Logistics โลจิสติกส์โดยการผ่านบุคคลที่ 3
2.4PL Fourth-Party Logistics โลจิสติกส์โดยการผ่านบุคคลที่ 4
3.ABC Activity-Based Costing การคิดต้นทุนตามฐานกิจกรรม
4.ASEAN Association of South East Asian Nations กลุ่มประเทศอาเซียน
5.ASN Advance Shipping Notice การแจ้งเตือนการขนส่งล่วงหน้า
6.AS Automated Storage ระบบจัดเก็บ
7.B2B Business to Business การค้าแบบบริษัทต่อบริษัท
8.B2C Business to Consumer การค้าแบบบริษัทต่อผู้บริโภค
9.CB Truck Counterbalanced Fork-lift Truck รถยกแบบมีน้ำหนักถ่วง
10.CCTV Closed Circuit Television โทรทัศน์วงจรปิด
11.CDC Central Distribution Center ศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลาง
12.CM Category Management การจัดการหมวดหมู่สินค้า
13.CRM Customer Relationship Management การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
14.CRP Continuous Replenishment Program การเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง
15.DC Distribution Center ศูนย์กระจายสินค้า
16.DCM Demand Chain Management การจัดการโซ่อุปสงค์
17.DFT Department for Transport กระทรวงคมนาคม
18.DRP Distribution Requirements Planning การวางแผนความต้องการในการกระจายสินค้า
19.EDI Electronic Data Interchange การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
20.FTA Free Trade Area เขตการค้าเสรี
21.FCL Full Container Load ปริมาณเต็มตู้คอนเทนเนอร์
22.FG Finished Goods สินค้าสำเร็จรูป
23.FIFO First In First Out เข้าก่อน ออกก่อน
24.FILO First In Last Out เข้าก่อน ออกหลัง
25.FLT Forklift รถยกฟอร์คลิฟต์
26.FTL Full Truck Load สินค้าเต็มคันรถ
27.GPS Global Positioning System ระบบระบุตำแหน่งบนผิวโลก
28.JIT Just-in-time ระบบทันเวลาพอดี
29.KPI Key Performance Indicator ดัชนีชี้วัดสมรรถนะหลัก
30.LIFO Last In First Out เข้าสุดท้าย ออกก่อน
31.MRP Materials Requirement Planning การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ
32.MRP II Manufacturing Resource Planning การวางแผนทรัพยากรการผลิต
33.PPT Powered Pallet Truck รถยกพาเลทไฟฟ้า
34.QA Quality Assurance การประกันคุณภาพ
35.QC Quality Control การควบคุมคุณภาพ
36.RFID Radio Frequency Identification การระบุลักษณะด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
37.SC Supply Chain โซ่อุปทาน
38.SCM Supply Chain Management การจัดการโซ่อุปทาน
39.VMI Vendor-managed Inventory สินค้าคงคลังที่จัดการโดยผู้ขาย
40.WIP Work-in-progress งานระหว่างกระบวนการ
41.WMS Warehouse Management System ระบบจัดการคลังสินค้า
42.Consignment สินค้าหนึ่งรายการหรือมากกว่าที่ผู้ขนส่งได้รับดำเนินการจัดส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด
43.Inventory รายการบัญชีสินค้า รายการวัตถุดิบ ส่วนประกอบ งานที่กำลังดำเนินการ สินค้าสำเร็จรูป หรือทรัพยากรอื่น ๆ
44.Pick-and-pack การบรรจุหีบห่อตามใบสั่ง กระบวนการเลือกรายการสินค้าตามใบสั่งของลูกค้าและบรรจุหีบห่อเพื่อดำเนินการขนส่งต่อไป
45.Vendors ผู้ค้า ผู้ค้าสินค้าและบริการ
46.Bonded warehouse จุดหรือศูนย์รวบรวมสินค้าที่ได้รับมอบหมายจากศุลกากรให้จัดเก็บสินค้า การชำระค่าธรรมเนียมและภาษีของ สินค้าเหล่านี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อสินค้าดังกล่าวได้รับการขนย้ายจากคลังแล้วเท่านั้น
47.Consolidation การรวบรวมสินค้าตั้งแต่สองรายการขึ้นไปเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
48.Container ตู้โลหะขนาดใหญ่ที่ปิดมิดชิด และสามารถนำไปใช้ใหม่ได้ ใช้เพื่อการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางรถไฟ
49.Cross-dock/docking การขนส่งสินค้าโดยตรงจากจุดที่รับสินค้าไปยังจุดจัดส่งสินค้า โดยข้ามคลังจัดเก็บสินค้าไป
50.Inbound logistics กระบวนการขนส่งวัตถุดิบและส่วนประกอบจากซัพพลายเออร์หรือผู้ค้าไปยังฐานการผลิตและคลังจัดเก็บ
51.Outbound logistics โลจิสติกส์สินค้าขาออก
52.Outsourcing การว่าจ้างบริษัทภายนอกให้รับเหมาดำเนินงาน
53.Reverse logistics กระบวนการรับสินค้า บริหารจัดการ และขนส่งสินค้าคืนไปยังแหล่งต้นทาง